• srivilai

Glass for Windows & Doors

การเลือกกระจก ที่เหมาะกับประตู หน้าต่าง ในตำแหน่งต่างๆของที่พักอาศัย


1. กระจก Clear Float : กระจกใสปกติ ซึ่งจะมีการอมสีเขียมนิดหน่อย นิยมใช้กันอย่างมาก - มีผิวเรียบทั้ง 2 ด้าน ทำให้ชมวิวภายนอกและภายในได้ดี

- นิยมใช้ทั้งภายในอาคาร และสำหรับภายนอกอาคาร

- เหมาะสำหรับบานที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีกรอบรัดรอบ 4 ด้าน


2. กระจกตัดแสง (Tinted Float Glass) : กระจกใสที่อมสีเขียว หรือ ฟ้า หรือ ชา

- มีลักษณะคล้าย กระจกโฟลท เพียงแต่จะมีสารประกอบบางอย่าง ทำให้ดูดซับความร้อนได้ดีขึ้น

- มี 3 สี คือ สีชาดำ สีเขียว และสีฟ้า

- นิยมใช้สำหรับภายนอกอาคาร

- เหมาะสำหรับบานที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีกรอบรัดรอบ 4 ด้าน



3. กระจกลามิเนต (Laminated) : กระจกนิรภัย

- เป็นการนำกระจก 2 แผ่นมาประกบกันโดยมีฟิล์มยึดตรงกลางระหว่างกระจก 2 แผ่น

- ฟิล์มที่อยู่ในกระจกนั้น เป็น PVB (Poly Vinyl Butyral) มีคุณสมบัติป้องการสี UV ได้ดี

- เป็นกระจกนิรภัย มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เนื่องจาก หากกระจกแตก กระจกจะยังคงเกาะอยู่ที่ฟิล์ม ไม่หล่นลงมา

- นิยมใช้ทั้งภายใน และ ภายนอกอาคาร

- เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความปลอดภัยมากๆ เช่น หลังคากระจก หรือ กระจกบริเวณที่อยู่สูงๆ หรือจุดที่ต้องการความปลอดภัยในระดับนึง



ขอบคุณรูปภาพ จาก:

https://white-glass.com/portfolio-item/กระจกลามิเนต/


4. กระจกอินซูเลท (Insulate) : เป็นกระจก 2 ชั้น

- เป็นการนำกระจก 2 แผ่นมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยจะมีช่องว่างระหว่างกระจก ซึ่งจะอัดก๊าซเฉื่อย (ก๊าซอาร์กอน) เข้าไปเพื่อช่วยกันความร้อนได้เป็นอย่างดี

- เก็บอุณหภูมิได้ดี คือ ความร้อนจากภายนอก จะไม่เข้ามา ความเย็นจากภายในไม่ออกไป

- กระจกจะไม่เกิดฝ้า แม้ว่าอุณหภูมิภายนอกกับภายในต่างกันมากก็ตาม

- ป้องกันเสียงได้ดี

- ช่วยประหยัดพลังงาน

- นิยมใช้ทั้งภายใน และ ภายนอกอาคาร

- เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการการกันความร้อนอย่างมาก และช่วยเรื่องป้องกันเสียงด้วย



ขอบคุณรูปภาพ จาก:

https://ienergyguru.com/2015/12/heat-absorbing-glass-2-2/


5. กระจกเทมเปอร์ (Tempered)

- เป็นการเอากระจก Float มาอบความร้อน แล้วทำให้เย็นลงอย่างเร็ว

- เป็นกระจกที่มีความแข็งแรงมาก สามารถรับแรงได้มากกว่าถึง 10 เท่า ยิ่งตรงกลางของแผ่นกระจกจะมีความแข็งแรงสูงมาก

- หากกระจกแตก กระจกจะมีลักษณะคล้ายเม็ดข้าวโพด ทำให้อันตรายน้อยกว่ากระจกแบบปกติ

- เหมาะกับชุดขนาดใหญ่และต้องการความแข็งแรงของกระจกมากๆ และเหมาะกับงาน ประตูกระจก ผนังกั้นอาบน้ำ

- ไม่เหมาะกับจุดที่อยู่สูงๆ เช่นหลังคากระจก เป็นต้น เพราะถึงจะอันตรายน้อยกว่ากระจกทั่วไป แต่ก็ยังคงทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ หากกระจกตกลงมาโดยคน




6. กระจก Low-E : เป็นกระจกที่ผ่านการเคลือบชั้นโลหะ

- มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนจากดวงอาทิตย์ และถ่ายเทความร้อนได้ดี

- เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการการกันความร้อน


7. กระจก Reflective : กระจกตัดแสง UV

- เป็นกระจกที่ผ่านเทคโนโลยีการเคลือบผิวโลหะสะท้อนแสงลงบนกระจก

- ความโปร่งแสงต่ำ : คนภายนอกมองเข้ามาภายในได้ลำบาก แต่คนภายในมองเห็นด้านนอกได้ชัด

- สามารถสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ที่จะผ่านเข้าสู่อาคารได้ประมาณ 30% เป็นการลดภาระของระบบปรับอากาศ

- นิยมใช้เป็นผนังภายนอกอาคาร



ขอบคุณรูปภาพ จาก: https://krajok.com/lowerelective/


8. กระจกฝ้า (Frosted Glass)

- กระจกฝ้า ช่วยลดการมองผ่านทะลุของแสงได้ คือแสงสามารถเข้ามาได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นภาพข้างหลังกระจกได้ชัดเจน จะเห็นเป็นเงาลางๆ

- ผิวด้านนึงเรียบ อีกด้าน ไม่เรียบ

- นิยมใช้ในห้องน้ำ





25 views